แนวปฏิบัติของอาจารย์ที่ปรึกษา

  1. ศึกษาคู่มืออาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อทำความเข้าใจในบทบาทและหน้าที่ของอาจารย์ที่ปรึกษา
  2. จัดทำระบบฐานข้อมูลเกี่ยวกับนักศึกษาในที่ปรึกษาเป็นระเบียนสะสม และข้อมูลต่างๆ ของนักศึกษา
  3. เข้าร่วมประชุมกับอาจารย์ที่ปรึกษาหรือผู้บริหาร เพื่อเรียนรู้ร่วมกันในการพัฒนาระบบการให้คำปรึกษา
  4. นัดหมายนักศึกษา โดยจัดทำเป็นตารางที่จะให้นักศึกษาพบเป็นรายกลุ่มหรือบุคคล รวมทั้งสถานที่ที่จะให้พบ
  5. ในการให้คำปรึกษาให้มีการบันทึกข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ
  6. แสวงหาความรู้และพัฒนาตนเองในเรื่องการให้คำที่ปรึกษาแก่นักศึกษา
  7. ปฏิบัติตามจรรยาบรรณของอาจารย์ที่ปรึกษาอย่างเคร่งครัด
  8. อื่นๆ ที่เห็นว่าจะช่วยให้นักศึกษาประสบความสำเร็จและสถาบันมีชื่อเสียง

 

Posted in ระบบอาจารย์ที่ปรึกษา, ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดความรู้ ปีการศึกษา 2555

คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดการความรู้วิทยาลัยตาปี ปีการศึกษา 2555

คำสั่ง KM2555

 

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

ข้อมูลที่อาจารย์ที่ปรึกษาควรทราบ

อาจารย์ที่ปรึกษาควรรวบรวมและศึกษาเอกสารดังนี้
1.	คู่มือการบริการการศึกษาผ่านเครือข่ายทางคอมพิวเตอร์ (Internet)
2.	คู่มืออาจารย์ที่ปรึกษา
3.	คู่มือนักศึกษา
4.	หลักสูตรของสาขาวิชาที่นักศึกษาสังกัด
5.	ข้อบังคับว่าด้วยการศึกษาขั้นปริญญาตรีของวิทยาลัย
6.	แบบฟอร์มสำหรับอาจารย์ที่ปรึกษา ซึ่งประกอบด้วย
    (1)	แบบทะเบียนประวัติของนักศึกษา
    (2)	แบบบันทึกการให้คำปรึกษา
    (3)	สมุดบันทึกผลการเรียน
7.	ตัวอย่างในใบสมัครและแบบคำร้องต่างๆ
8.	ข้อมูลเกี่ยวกับทุนการศึกษาของนักศึกษา
9.	ข้อมูลเกี่ยวกับบริการที่วิทยาลัยจัดให้นักศึกษา
10.	ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของวิทยาลัยและชุมชนแวดล้อม
11.	ข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพต่างๆ ในสาขาที่อาจารย์สอน
12.	ข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมนักศึกษา
13.	อื่นๆ
Posted in ระบบอาจารย์ที่ปรึกษา | Leave a comment

คุณลักษณะของอาจารย์ที่ปรึกษาที่ดี

1.  มีมนุษยสัมพันธ์ดี
2.  มีความรับผิดชอบดี
3.  ใจกว้างและรับฟังความคิดเห็นของนักศึกษา
4.  มีความรู้กว้างขวางและทันเหตุการณ์ด้านเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง
5.  มีความจริงใจและเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
6.  มีเหตุผลและมีความสามารถในการแก้ไขปัญหา
7.  มีความเมตตากรุณา
8.  ไวต่อการรับรู้และเข้าใจสิ่งต่างๆ ได้รวดเร็ว
9.  มีหลักจิตวิทยาในการให้การปรึกษาและมีจรรยาอาจารย์ที่ปรึกษา
10. มีความประพฤติเหมาะสมที่จะเป็นแบบอย่างที่ดีได้
11. รู้บทบาทและหน้าที่ของอาจารย์ที่ปรึกษาเป็นอย่างดี
12. มีประสบการณ์ในหน้าที่งานอาจารย์ที่ปรึกษา
13. มีจรรยาบรรณของอาจารย์ที่ปรึกษา
Posted in ระบบอาจารย์ที่ปรึกษา | Leave a comment

เรื่อง หลักเกณฑ์การให้ทุนสนับสนุนการผลิตตำรา

เรื่อง หลักเกณฑ์การให้ทุนสนับสนุนการผลิตตำรา พ.ศ.2553

ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2554

……………………………………………………

               เนื่องจากวิทยาลัยมีนโยบายที่จะพัฒนาบุคลากรก้าวสู่ตำแหน่งทางวิชาการและให้สอดรับกับการประกันคุณภาพการศึกษา จึงจำเป็นต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศวิทยาลัยตาปี เรื่อง หลักเกณฑ์ให้ทุนสนับสนุนการผลิตตำรา พ.ศ. 2553 โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 43 แห่งพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2550  จึงออกประกาศวิทยาลัยตาปี  เรื่อง หลักเกณฑ์การให้ทุนสนับสนุนการผลิตตำรา พ.ศ. 2553 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2554ดังนี้

ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศวิทยาลัยตาปี เรื่อง หลักเกณฑ์การให้ทุนสนับสนุนการผลิตตำรา พ.ศ.2553 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2554”

ข้อ 2  ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

ข้อ 3 ให้ยกเลิกประกาศวิทยาลัยตาปีเรื่องหลักเกณฑ์การให้ทุนสนับสนุนการผลิตตำรา พ.ศ.2553

ข้อ 4  ในประกาศนี้

“วิทยาลัย” หมายถึง วิทยาลัยตาปี

“คณะกรรมการ” หมายถึง คณะกรรมการพัฒนาตำรา

“เลขานุการ” หมายถึง เลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาตำรา

“คณาจารย์” หมายถึง อาจารย์ประจำและอาจารย์พิเศษที่ได้รับการแต่งตั้งจาก

วิทยาลัยตาปี

“ผู้ทรงคุณวุฒิ” หมายถึง ผู้ที่มีความรู้และมีประสบการณ์ในการเขียนตำรา หรือมีผลงาน

ทางวิชาการในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง

 “ตำรา” หมายถึง เอกสารทางวิชาการที่เรียบเรียงอย่างเป็นระบบเขียนเพื่อตอบสนองเนื้อหาทั้งหมดของรายวิชาของหลักสูตร โดยมีการวิเคราะห์และสังเคราะห์ความรู้ที่เกี่ยวข้องและสะท้อนให้เห็นความสามารถในการถ่ายทอดวิชาในระดับอุดมศึกษา ในบางกรณีผู้เขียนอาจเสนอตำรามาในรูปของสื่ออื่นๆ เช่น ซีดีรอม หรืออาจใช้ทั้งเอกสารและสื่ออื่นๆ ประกอบกันตามความเหมาะสม

 

“รูปแบบตำรา” หมายถึง รูปเล่มที่ประกอบด้วย คำนำ สารบัญ เนื้อเรื่อง การอธิบายหรือการวิเคราะห์ การสรุป การอ้างอิงและบรรณานุกรม ทั้งนี้อาจมีการอ้างอิงแหล่งข้อมูลที่ทันสมัยและครบถ้วนสมบูรณ์ เป็นไปตามคู่มือการเขียนตำราและแนวทาง…

            การอธิบายสาระสำคัญมีความชัดเจน โดยอาจใช้ข้อมูล แผนภาพ ตัวอย่างหรือกรณีศึกษาประกอบจนผู้อ่านสามารถทำความเข้าใจในสาระสำคัญนั้นได้โดยเบ็ดเสร็จ                                                 

                                        “การเผยแพร่” หมายถึง                               

                                1. การเผยแพร่ด้วยวิธีการพิมพ์ โดยโรงพิมพ์ (Printing House) หรือสำนักพิมพ์ (Publishing House) หรือ โดยการถ่ายสำเนาเย็บเป็นรูปเล่มหรือทำในรูปเล่มอื่นๆ

                                2.  การเผยแพร่โดยสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ตัวอย่างเช่น การเผยแพร่ในรูปของซีดีรอมฯลฯ

 “ต้นฉบับตำราฉบับสมบูรณ์” หมายถึง เอกสารต้นฉบับของตำราที่มีรายละเอียดของ

ส่วนประกอบและเนื้อหาที่สมบูรณ์ตามกรอบข้อเสนอโครงการที่ได้รับการอนุมัติและได้จัดพิมพ์ตามรูปแบบที่วิทยาลัยตาปีกำหนด

“ค่าสร้างสรรค์ผลงานตำรา” หมายถึง ค่าตอบแทนผลงานตำราที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่

ข้อ 5  ตำราที่จะเสนอโครงการขอรับทุนสนับสนุนตามประกาศนี้ จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้

5.1 เป็นตำราระดับอุดมศึกษาในสาขาวิชาที่สามารถนำไปใช้ในการสอนหรือการศึกษาค้นคว้าอ้างอิงเพิ่มเติมในรายวิชาต่างๆ  ตามหลักสูตรของวิทยาลัย หรือเป็นตำราที่เกิดจากการสังเคราะห์ผลการวิจัยในเรื่องต่างๆ เพื่อนำเสนอองค์ความรู้ใหม่อย่างเป็นระบบ สามารถไปใช้ในการศึกษาค้นคว้าและอ้างอิงในเรื่องนั้นๆ ได้อย่างกว้างขวาง

5.2 เป็นตำราที่มีการศึกษาค้นคว้าและอ้างอิงในการเขียนอย่างเป็นระบบ มีองค์ประกอบต่าง ๆ ได้แก่ คำนำ สารบัญ เนื้อเรื่อง การอ้างอิง และหรืออื่นๆ อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ กรณีที่เป็นงานแปล จะต้องเป็นตำราที่แปลจากตำราภาษาต่างประเทศ โดยคงเนื้อหาและอรรถรสแห่งภาษาตามต้นฉบับเดิม และต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ให้แปลได้

5.3 เป็นตำราที่อาจมีผู้แต่ง หรือผู้เรียบเรียง หรือผู้แปลคนเดียวหรือหลายคนร่วมกันก็ได้

5.4 เป็นตำราที่ไม่เคยจัดพิมพ์เผยแพร่ที่ใดมาก่อน เว้นแต่จะเป็นการแก้ไขปรับปรุง

(Revised Edition) โดยที่มีการแก้ไขปรับปรุง และเพิ่มเติมเนื้อหาจากฉบับเดิมอย่างเห็นได้ชัด

5.5 เป็นตำราที่ส่วนเนื้อหาสาระต้องมีความยาวไม่ต่ำกว่า 100 หน้ากระดาษขนาด A4

พิมพ์ระยะบรรทัดคู่ ขนาดอักษร 16 หากมีความยาวน้อยกว่า 100 หน้า จะต้องเสนอเหตุผลเพิ่มเติมให้คณะกรรมการพิจารณาเป็นกรณีพิเศษเป็นรายๆ ไป

ข้อ 6  ผู้มีสิทธิ์เสนอขอรับทุน

6.1 เป็นอาจารย์ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี นับแต่ที่มีการบรรจุ

แต่งตั้งให้เป็นอาจารย์ประจำในการปฏิบัติหน้าที่เต็มเวลาจนถึงวันที่ขอรับทุน

            6.2 ต้องเป็นผู้แต่ง หรือเรียบเรียง หรือผู้แปลตำราโดยตรง และเป็นผู้ที่มีชื่อปรากฏเป็นคนแรก (First author) ของตำรานั้นๆ เท่านั้น

6.3 เป็นผู้ไม่มีภาระผูกพันในการส่งผลงานตำราให้วิทยาลัยตามเงื่อนไขการรับทุน

ประเภทเดียวกัน

6.4 เป็นผู้ไม่มีข้อห้ามในการรับเงินทุนจากวิทยาลัยจากโครงการอื่นๆ  หรือเงื่อนไขอื่นที่

วิทยาลัยกำหนด

            ข้อ 7  เกณฑ์การพิจารณาให้ทุน

วิทยาลัยจะจัดสรรทุนการผลิตตำราให้โครงการละไม่เกิน 30,000 บาท และค่าสร้างสรรค์

ผลงานตำรา จำนวน 3,000 บาท ต่อเรื่อง โดยแบ่งจ่ายทุนผลิตตำราเป็น 3 งวด ดังนี้

งวดที่ 1 จ่ายร้อยละ 40 ของเงินทุนส่งเสริมสนับการผลิตตำราหลังจากทำสัญญา

เสร็จแล้ว

งวดที่ 2 จ่ายร้อยละ 30 ของเงินทุนสนับสนุนการผลิตตำรา ภายหลังที่รายงานความก้าวหน้าของการผลิตตำราเสร็จประมาณ ร้อยละ 60

งวดที่ 3  เบิกได้ร้อยละ 30 ของเงินทุนสนับสนุนการผลิตตำราหรือส่วนที่เหลือทั้งหมดหลังจากที่ผลิตตำราสำเร็จและผ่านการประเมินแล้ว

ส่วนค่าสร้างสรรค์ผลงานตำรา จ่ายเมื่อตำราได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ โดยเสนอต่อคณะกรรมการพิจารณาให้ทุนสนับสนุนการผลิตตำราเพื่อพิจารณาเห็นชอบ

ทั้งนี้ เงินทุนการผลิตตำราให้ครอบคลุมการจ่ายค่าตอบแทน ตั้งแต่ทุนสนับสนุนการผลิต

ตำราประจำปีการศึกษา 2552 เป็นต้นไป

ข้อ 8 คณะกรรมการพัฒนาตำรา

8.1 ให้คณะกรรมการ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

 (1) พิจารณาการเสนอและแต่งตั้งชื่อผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกวิทยาลัยในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องจำนวนเรื่องละ1 คน เพื่อให้เป็นผู้ตรวจสอบคุณภาพต้นฉบับตำราฉบับสมบูรณ์

(2) พิจารณาการอนุมัติเงินทุนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่วิทยาลัยกำหนด

(3) พิจารณาการขอขยายระยะเวลาในการส่งผลงานตำรา

            (4) อื่นๆ ตามที่วิทยาลัยกำหนด

8.2  การจ่ายค่าตอบแทนผู้ทรงคุณวุฒิให้จ่ายได้ตามอัตราดังต่อไปนี้

(1) ค่าตอบแทนการอ่านและกลั่นกรองข้อเสนอโครงการและพิจารณา

รายงานความก้าวหน้า โครงการละ 1,000 บาทต่อคน

(2) ค่าตอบแทนการกลั่นกรอง ให้ความเห็นและหรือเสนอแนะการ

ปรับปรุงคุณภาพผลงานตำราเป็นการเบื้องต้น โครงการละ 1,000 บาทต่อคน

(3) ผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นผู้ตรวจสอบคุณภาพทางวิชาการให้จ่ายค่าตอบแทน

โครงการละ 3,000 บาทต่อคน

ข้อ 9  การอนุมัติโครงการ

ผู้มีสิทธิ์ขอรับทุนตามข้อ 6 สามารถเสนอโครงการขอรับทุนต่อวิทยาลัยได้ตั้งแต่วันที่ออก

ประกาศฉบับนี้เป็นต้นไป ตามแบบฟอร์มและรายละเอียดที่วิทยาลัยกำหนด โดยส่งเอกสารโครงการที่สำนักงานวิจัย ทั้งนี้โครงการนั้นๆ ต้องผ่านการพิจารณากลั่นกรองจากคณะกรรมการวิชาการประจำคณะให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดด้วย

9.1 ผู้มีสิทธิ์ขอรับทุนหนึ่งคน มีสิทธิ์เป็นหัวหน้าโครงการเสนอโครงการในคราวเดียวกันได้

หนึ่งโครงการเท่านั้น

9.2 ผู้มีสิทธิ์ขอรับทุนที่ได้เสนอโครงการแล้ว สามารถมีชื่อเป็นผู้แต่งร่วมหรือผู้เรียบเรียง

ร่วมหรือผู้แปลร่วมในโครงการอื่นที่เสนอขอรับทุนโดยผู้ที่มีสิทธิ์ท่านอื่นในคราวเดียวกันได้

ในกรณีที่ผู้ทรงคุณวุฒิมีความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะให้ปรับปรุงแก้ไขรายละเอียดใน

ข้อเสนอโครงการผู้เสนอโครงการจะต้องดำเนินการปรับปรุงแก้ไขให้เรียบร้อยก่อน จึงจะได้รับการพิจารณาอนุมัติ ทั้งนี้คณะกรรมการอาจกำหนดเวลาให้ส่งข้อเสนอโครงการที่ปรับปรุงแก้ไขแล้วก็ได้

ข้อ 10  การส่งรายงานผลและผลงานต้นฉบับ

10.1 ผู้ได้รับทุน จะต้องส่งรายงานความก้าวหน้าของการผลิตตำราภายใน 6 เดือนแรก นับจากวันที่ทำสัญญารับทุน ตามแบบฟอร์มที่วิทยาลัยกำหนด

10.2 ผู้ได้รับทุนจะต้องส่งผลงานที่เป็นต้นฉบับตำราสมบูรณ์ จำนวน 2 ชุด พร้อมไฟล์บันทึกข้อมูลภายในระยะเวลา 1 ปี นับแต่วันที่ทำสัญญารับทุน กรณีที่ไม่สามารถส่งผลงานได้ทันตามกำหนด ผู้รับทุนจะขอขยายเวลาส่งผลงานได้ 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 3 เดือน นับจากวันครบกำหนดส่ง ผลงาน ทั้งนี้เมื่อรวมระยะเวลาตั้งแต่วันทำสัญญาจนถึงวันส่งตำราฉบับสมบูรณ์จะต้องไม่เกินหนึ่งปีครึ่ง

10.3 ในกรณีที่ผู้รับทุนไม่สามารถส่งต้นฉบับตำราฉบับสมบูรณ์ภายในระยะเวลา 2 ปี ให้ถือว่าผู้ได้รับทุนสละสิทธิ์ในการรับทุนนี้ และจะต้องคืนเงินทั้งหมดให้กับวิทยาลัยภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ครบ 2 ปี หากผู้รับทุนไม่สามารถส่งเงินคืนหรือส่งคืนไม่ครบ เงินส่วนที่ต้องคืนนี้จะถือว่าเป็นหนี้ที่ผู้รับทุนค้างชำระแก่วิทยาลัย วิทยาลัยสงวนสิทธิ์ที่จะหักจากเงินเดือน ค่าตอบแทน หรือเงินอื่นใดที่ผู้รับทุนจะพึงได้รับจากวิทยาลัยโดยมิต้องแจ้งล่วงหน้า พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราที่กฎหมายกำหนด นับตั้งแต่วันถัดจากวันครบกำหนดการคืนเงิน

ข้อ 11  การจัดพิมพ์ผลงานและลิขสิทธิ์

11.1 ตำราที่จะจัดพิมพ์เผยแพร่ต้องเป็นผลงานที่ผ่านความเห็นชอบของผู้ทรงคุณวุฒิ

ภายนอกเรียบร้อยแล้วและได้รับการอนุมัติให้จัดพิมพ์จากคณะกรรมการ

11.2 ตำราที่จัดพิมพ์ต้องระบุชื่องานที่สังกัดในระดับคณะของผู้แต่งและชื่อวิทยาลัยตาปี

รวมทั้งระบุข้อความว่า “ทุนส่งเสริมการผลิตตำรา วิทยาลัยตาปี พ.ศ. … ลำดับที่ …” ไว้ที่หน้าปก (Cover) และหน้าปกใน (Title Page)

11.3 ตำราที่คณะกรรมการมีมติให้จัดพิมพ์ ให้ลิขสิทธิ์การจัดพิมพ์เป็นของวิทยาลัยเป็น

ระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่วันทำสัญญาการจัดพิมพ์และจัดจำหน่าย

11.3.1 กรณีวิทยาลัยเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดพิมพ์และจัดจำหน่ายให้

ผู้ได้รับทุนซึ่งเป็นเจ้าของผลงานได้รับค่าลิขสิทธิ์ร้อยละยี่สิบของราคาจำหน่าย โดยจ่ายตามยอดขายที่จำหน่ายได้ในแต่ละปี ในระหว่างที่ลิขสิทธิ์เป็นของวิทยาลัยเจ้าของผลงานจะนำไปจัดพิมพ์ตำราเองไม่ได้ เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวิทยาลัยในกรณีที่พ้นระยะเวลา 3 ปี และลิขสิทธิ์ไม่ได้เป็นของวิทยาลัยอีกต่อไป หากตำราที่จัดพิมพ์จำหน่ายยังไม่หมดอาจให้วิทยาลัยจำหน่ายต่อไปได้ หรือเจ้าของผลงานจะรับผิดชอบดำเนินการก็ได้แล้วแต่จะตกลงกัน ซึ่งรวมทั้งการตกลงเรื่องส่วนแบ่งของเงินที่จำหน่ายได้ด้วย

11.3.2 กรณีวิทยาลัยมอบหมายให้สำนักพิมพ์ หรือหน่วยงานอื่นในการจัดพิมพ์

และหรือจัดจำหน่ายตำราให้ผู้ได้รับทุนเป็นเจ้าของผลงานได้รับค่าลิขสิทธิ์ครึ่งหนึ่งของค่าลิขสิทธิ์จากสำนักพิมพ์ หรือหน่วยงานอื่น

11.4    เจ้าของผลงานต้องมีส่วนรับผิดชอบในการพิสูจน์อักษรฉบับตำราที่จัดพิมพ์

ข้อ 12  เงื่อนไขในการผลิตงานตำรา

12.1 เนื้อหาสาระของผลงาน ต้องไม่มีลักษณะที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือผิดศีลธรรม

12.2 การนำรูปภาพ หรือข้อความที่จะต้องขออนุญาตผู้อื่นก่อนนำไปลงในงานเป็นความ

รับผิดชอบของเจ้าของผลงานที่เสนอขอรับทุน

12.3 ตำราที่ได้รับทุน และอยู่ในระหว่างกระบวนการการพิจารณาตามขั้นตอนห้ามมิให้

จัดพิมพ์/จำหน่าย ในรูปแบบตำราฉบับสมบูรณ์ โดยสำนักพิมพ์อื่นใดเพื่อประโยชน์ทางการค้า

ข้อ 13  หากไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขของประกาศฉบับนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของอธิการบดี

 

Posted in การเรียนการสอน, งานวิชาการ | Leave a comment

แนวทางการจัดการแหล่งท่องเที่ยวตลาดน้ำชุมชนวัดบางใบไม้

             การจัดตั้งตลาดน้ำในชุมชนวัดบางใบไม้เป็นสิ่งที่ดี เนื่องจากสามารถสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในชุมชน ชาวบ้านสามารถนำผลผลิตที่มีในชุมชนมาจำหน่ายในตลาดน้ำเพื่อสร้างรายได้ โดยไม่ต้องนำไปจำหน่ายถึงในเมือง ชาวบ้านที่อยู่ในชุมชนบางใบไม้เองก็สามารถมาจับจ่ายซื้อของที่ต้องการได้โดยไม่ต้องเข้าไปซื้อในเมือง เป็นการอุดหนุนคนในชุมชนเดียวกัน ส่วนผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมที่อาจจะเกิดขึ้น ได้แก่ การจราจรติดขัด ปัญหาขยะ ปัญหาน้ำเสีย ปัญหาเสียงดัง เป็นต้น ทั้งนี้หากชุมชนบางใบไม้ต้องการจะจัดตั้งตลาดน้ำขึ้นมาในชุมชนวัดบางใบไม้ ควรจะต้องนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ประชาคมของหมู่บ้านและควรเชิญตัวแทนของกลุ่มต่าง ๆ ในชุมชนมามีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนตั้งแต่ร่วมกันคิด ร่วมวางแผน ร่วมดำเนินการ ร่วมประเมินผล และร่วมกันรับ ส่วนการศึกษาปัจจัยทางการตลาดบริการที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจท่องเที่ยวตลาดน้ำ (7Ps) พบว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ให้ระดับความสำคัญต่อปัจจัยทางการตลาด (7Ps) โดยในภาพรวมให้ความสำคัญในระดับมาก คือ ด้านลักษณะทางกายภาพให้ความสำคัญกับความสะอาดและถูกสุขลักษณะของสินค้า  ด้านบุคลากรให้ความสำคัญมากที่สุดกับการที่พ่อค้า/แม่ค้า/เจ้าหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสและมีอัธยาศัยดี  ด้านราคาให้ความสำคัญกับราคามีความเหมาะสมกับคุณภาพของสินค้าที่นำมาจำหน่าย  ด้านผลิตภัณฑ์นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญมากที่สุดกับความสดใหม่และมีให้เลือกอย่างหลากหลาย  ด้านกระบวนการให้ความสำคัญกับการมีระบบรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว และด้านการส่งเสริมการตลาดให้ความสำคัญกับการมีสินค้าให้ลูกค้าทดลองชิม

Posted in งานวิจัย | Leave a comment

ประชุมวิชาการระดับนานาชาติ ICCET 2010

http://www.iccet.org/
การนำเสนอบทความวิจัยในการประชุมวิชาการนานาชาติ ICCET 2010
ระหว่างวันที่ 16-18 เมษายน 2553 
ณ เมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน
หน่วยงานเข้าร่วม
  • นักศึกษา, คณาจารย์และนักวิจัย จากมหาวิทยาลัยทั่วโลก
  • วิศวกรและนักวิจัย จากบริษัทชั้นนำทั่วโลก
  • ผู้สนใจทั่วไป
  • การประชุมวิชาการนานาชาติครั้งนี้จัดขึ้นโดยองค์กรที่มีชื่อว่า International Association of Computer Science & Information Technology(IACSIT) ซึ่งเป็นสมาชิกของสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์นานาชาติ (IEEE) หรือ The Institute of Electrical and Electronics Engineers โดย IEEE เป็นสถาบันที่กำกับดูแลมาตรฐานทางไฟฟ้า เป็นผู้นำในการวิจัยและพัฒนา เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ รวมทั้งเผยแพร่ความรู้ ผลงานวิจัยในสาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ เน้นไฟฟ้ากำลัง คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคม ระบบวัดคุม และอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนเรื่อง Hi-Tech ทุกเรื่องที่เกี่ยวข้อง สถาบัน IEEE มีสมาชิกเป็นวิศวกร นักวิจัย ที่มีความรู้ ความสามารถจากทั่วโลก โดยสมาชิกจะแบ่งกลุ่มศึกษาเรื่องตามความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของแต่ละบุคคล สถาบัน IEEE จึงมีกลุ่มศึกษาเรื่องเฉพาะด้าน หลายสิบกลุ่ม ทุกกลุ่มมีบทบาทในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ ทั้งจัดประชุมวิชาการประจำปี จัดประชุมวิชาเฉพาะเรื่อง กำหนดมาตรฐานทางไฟฟ้า คิดค้นนวัตกรรมและเขียนรายการเผยแพร่ในรูปวารสารวิชาการ องค์ความรู้ทั้งหมดได้ถูกรวบรวมเพื่อจัดเก็บอย่างมีระบบ และสามารถค้นคืน เพื่อการนำไปประยุกต์ใช้งานได้อย่างรวดเร็ว นับเป็นสถาบันชั้นแนวหน้าของโลกด้านวิศวกรรมไฟฟ้า

การประชุมดังกล่าวได้จัดขึ้นที่ University of Electronic Science and Technology of China (UESTC) ณ เมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 16-18 เมษายน 2553 โดยมีคณะกรรมการจัดงาน ดังนี้

Honorary Chairs

1. CAE Fellow, Prof. Li Lemin, University of Electronics Science and Technology of China, China

2. IEEE Fellow, Prof. Wang Jun, The Chinese University of Hong Kong, Hong Kong

  1. Prof. Mao Junfa, IEEE Shanghai Section, China

ในการเข้าร่วมนำเสนอบทความวิจัยครั้งนี้ ทางคณะกรรมการได้กำหนดให้ข้าพเจ้านำเสนอบทความวิจัยเรื่อง “Performance Analysis of Traffic Control MIPv6 on Linux Base” ในวันที่ 18 เมษายน 2553 ณ International Convention Centre of UESTC, ห้อง 111, Session-ICCET-15, ช่วงเวลาประมาณ 15:40-18:30 น. (ตามเอกสารกำหนดการที่แนบมา) ซึ่งในการนำเสนอบทความวิจัยครั้งนี้ ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับผลงานวิจัยของข้าพเจ้ากับผู้เข้าร่วมประชุม ได้มีการถามและตอบโดยมีกรรมการประจำในแต่ละกลุ่มเป็นผู้ดำเนินงาน สามารถทำให้เราได้ข้อคิดใหม่ๆจากผู้เข้าร่วมประชุมและจากกรรมการ ในการนำมาพัฒนาผลงานวิจัยของเราต่อไปในอนาคต รวมทั้งข้าพเจ้าได้เข้าประชุมในการนำเสนอผลงานวิจัยในกลุ่มต่างๆ ทั้ง 3 วันที่มีการประชุม ทำให้ได้แนวความคิดใหม่ๆและได้ปฏิสัมพันธ์กับคณาจารย์จากหลายมหาวิทยาลัยในครั้งนี้ ยกตัวอย่างเช่น ศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัยจากแคนาดา, นักวิจัยจากประเทศญี่ปุ่น, นักศึกษาปริญญาเอกจากประเทศจีนเอง เป็นต้น

โดยบทความวิจัยที่ไปนำเสนอในครั้งนี้จะปรากฎในฐานข้อมูลสากล IEEE Xplore ซึ่งปรากฎอยู่ใน indexed by both EI Compendex, INSPEC และ Thomson ISI (ISTP) โดยมีหมายเลขของหนังสือตีพิมพ์ที่ IEEE Catalog Number: CFP1067F-PRT, ISBN: 978-1-4244-6350-3, Vol. 7 ซึ่งถือว่าเป็นฐานข้อมูลสากลที่ได้รับความเชื่อถือในวงวิชาการทางด้านวิศวกรรมไฟฟ้าและเทคโนโลยีในระดับโลก โดยผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดจากฐานข้อมูลดังกล่าวได้ตลอดเวลา ได้จากทางเว็บไซต์ http://ieeexplore.ieee.org/Xplore/guesthome.jsp ซึ่งเป็นการเผยแพร่ผลงานวิจัยของวิทยาลัยตาปีในฐานข้อมูลสากลและประกันคุณภาพภายในวิทยาลัยตาปีได้


Posted in งานวิจัย | Leave a comment

การเทียบโอนสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ

การเทียบโอนสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ปีการศึกษา 2553

Posted in การเทียบโอนรายวิชา | Leave a comment

การเทียบโอนรายวิชาสาขาวิชาการบัญชี

การเทียบโอนรายวิชาสาขาวิชาการบัญชี

Posted in การเทียบโอนรายวิชา | Leave a comment

เทียบโอนจากหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พุทธศักราช 2546 สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ

เทียบโอนจากหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พุทธศักราช 2546 สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ

Posted in การเทียบโอนรายวิชา | Leave a comment